เมื่อพูดถึง CBD หลายคนอาจนึกถึงกัญชาเป็นอย่างแรก บางคนเชื่อว่า CBD ทำให้เมาเหมือนกัญชา ขณะที่บางคนมองว่าเป็นเพียงสารสกัดจากธรรมชาติที่ไม่มีอันตราย ความเข้าใจเหล่านี้มีทั้งส่วนที่ถูกและส่วนที่คลาดเคลื่อน เพราะแม้ CBD จะเป็นสารที่พบในกัญชาจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีคุณสมบัติเหมือนกัญชาทุกชนิด หรือออกฤทธิ์เหมือนสารอื่น ๆ ที่อยู่ในพืชเดียวกัน ก่อนจะตัดสินว่า CBD ดีหรือไม่ดี เราอาจต้องเริ่มจากการทำความเข้าใจก่อนว่า กัญชา CBD และ THC แตกต่างกันอย่างไร
CBD คืออะไร
และเกี่ยวข้องกับกัญชาอย่างไร?
กัญชาเป็นพืชที่มีสารตามธรรมชาติอยู่หลายชนิด โดยสารกลุ่มหนึ่งที่ได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษเรียกว่า แคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) ในกลุ่มนี้มีสารสองชนิดที่หลายคนคุ้นชื่อ ได้แก่
1 | CBD (Cannabidiol) เป็นสารที่พบในกัญชา แต่โดยทั่วไปไม่ทำให้เกิดอาการมึนเมาหรือความรู้สึกเคลิ้มแบบที่เกิดจาก THC
2 | THC (Tetrahydrocannabinol) เป็นสารที่ทำให้เกิดอาการเมาหรือความรู้สึกเคลิ้มจากกัญชา และอาจส่งผลต่อการรับรู้ ความจำ และการตอบสนองของร่างกาย
แม้สารทั้งสองชนิดจะมาจากพืชเดียวกัน แต่มีคุณสมบัติและผลต่อร่างกายแตกต่างกัน หากจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายขึ้น ก็คล้ายกับกาแฟที่มีสารหลายชนิดอยู่ในเมล็ด โดยคาเฟอีนเป็นเพียงสารหนึ่งในนั้น การพูดว่าคาเฟอีนคือกาแฟจึงไม่ถูกต้องเสียทีเดียว เช่นเดียวกับ CBD ที่เป็นเพียงสารชนิดหนึ่งในกัญชา ไม่ใช่ตัวพืชกัญชาทั้งหมด
ความเข้าใจผิดที่ 1 | CBD กับ THC คือสารชนิดเดียวกัน
หลายคนอาจเข้าใจว่าสารที่มาจากกัญชามีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด แต่ในทางวิทยาศาสตร์ CBD และ THC เป็นสารคนละชนิดกัน ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ผลต่อสมองและความรู้สึกหลังได้รับสาร THC เป็นสารที่ทำให้เกิดอาการเมาหรือเคลิ้ม ซึ่งเป็นลักษณะที่คนส่วนใหญ่มักนึกถึงเมื่อพูดถึงกัญชา ส่วน CBD โดยทั่วไปไม่ได้ทำให้เกิดอาการดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นสารที่สามารถมีผลต่อการทำงานของร่างกายได้เช่นกัน
องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประเมินข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับ CBD และรายงานว่า CBD บริสุทธิ์ไม่แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการนำไปใช้ในทางที่ผิดหรือการทำให้เกิดการพึ่งพาสารในลักษณะที่พบในสารเสพติดหลายชนิด ความแตกต่างนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้ CBD ได้รับความสนใจในฐานะสารที่สามารถนำมาศึกษาและพัฒนาต่อยอดได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีคุณสมบัติเหมือน THC
"ดังนั้น CBD และ THC จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นสารชนิดเดียวกัน เพียงเพราะมาจากพืชเดียวกัน"
ความเข้าใจผิดที่ 2 | สารที่มาจากกัญชาต้องทำให้เมาเสมอ
เมื่อได้ยินคำว่ากัญชา หลายคนอาจนึกถึงอาการเมาเป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้วสารทุกชนิดในพืชกัญชาไม่ได้มีผลเหมือนกัน CBD เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เพราะแม้จะพบในพืชกัญชา แต่ไม่ได้ทำให้เกิดอาการเมาแบบ THC โดยทั่วไป ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ยังทำให้สามารถสกัดและแยกสาร CBD ออกมาจากสารชนิดอื่นได้ หนึ่งในรูปแบบที่พบในผลิตภัณฑ์ปัจจุบันคือ CBD Isolate ซึ่งหมายถึงสาร CBD ที่ผ่านกระบวนการแยกและทำให้บริสุทธิ์ โดยมุ่งให้มี CBD เป็นองค์ประกอบหลัก และลดสารชนิดอื่น เช่น THC ให้อยู่ในระดับที่ต่ำมากหรือไม่พบตามขีดจำกัดของวิธีตรวจวิเคราะห์ ด้วยเหตุนี้ ผลิตภัณฑ์ CBD จึงสามารถมีส่วนประกอบแตกต่างจากผลิตภัณฑ์กัญชาที่มี THC ได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์แต่ละชนิดอาจมีองค์ประกอบไม่เหมือนกัน การตรวจสอบฉลากและผลการตรวจวิเคราะห์จึงช่วยให้ผู้บริโภคทราบว่าผลิตภัณฑ์นั้นมี CBD และ THC อยู่ในปริมาณเท่าไร
ความเข้าใจผิดที่ 3 | CBD ไม่มีผลต่อร่างกาย เพราะไม่ทำให้เมา
"การที่ CBD ไม่ทำให้เกิดอาการเมาแบบ THC ไม่ได้หมายความว่าสารชนิดนี้ไม่มีผลต่อการทำงานของร่างกาย"
ในร่างกายมนุษย์มีระบบที่เรียกว่า Endocannabinoid System (ECS) ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำงานหลายด้าน เช่น การนอนหลับ อารมณ์ ความอยากอาหาร และการตอบสนองต่อความเจ็บปวด ระบบนี้เป็นหนึ่งในกลไกตามธรรมชาติที่ช่วยให้ร่างกายควบคุมและปรับสมดุลการทำงานในด้านต่างๆ CBD เป็นสารที่นักวิทยาศาสตร์ศึกษาถึงความเกี่ยวข้องกับระบบนี้ รวมถึงกลไกอื่น ๆ ในร่างกาย โดยพบว่า CBD มีวิธีออกฤทธิ์แตกต่างจาก THC
ปัจจุบันยังมีการศึกษาถึงผลของ CBD ในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อทำความเข้าใจให้ชัดเจนขึ้นว่าสารชนิดนี้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และสุขภาพได้อย่างไร ความน่าสนใจของ CBD จึงไม่ได้อยู่ที่การทำให้เกิดอาการเมาหรือเคลิ้ม แต่อยู่ที่คุณสมบัติของสารและกลไกการทำงานที่นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษา
ความเข้าใจผิดที่ 4 | CBD เป็นเพียงกระแสในวงการสุขภาพ
แม้ CBD จะได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพและ Wellness แต่การศึกษาสารชนิดนี้ไม่ได้เพิ่งเริ่มต้นตามกระแสความนิยม CBD ถูกแยกออกมาศึกษาทางวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1940 และมีการศึกษาคุณสมบัติของสารชนิดนี้ต่อเนื่องมาหลายสิบปี หนึ่งในความก้าวหน้าที่สำคัญคือการนำ CBD บริสุทธิ์ไปพัฒนาเป็นยาสำหรับรักษาโรคลมชักบางประเภท โดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้อนุมัติยา Epidiolex ซึ่งมี CBD เป็นสารสำคัญ สำหรับการรักษาอาการชักจากโรคบางชนิด นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่า CBD ไม่ได้เป็นเพียงสารที่ได้รับความสนใจในเชิงการตลาด แต่เป็นสารที่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์และสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ภายใต้กระบวนการทดสอบที่เข้มงวดได้
นอกจากนี้ ยังมีงานวิจัยที่ศึกษาถึง CBD ในด้านอื่น ๆ เช่น การนอนหลับ ความวิตกกังวล และอาการปวด แม้ว่าหลักฐานในแต่ละด้านจะมีความชัดเจนแตกต่างกัน และบางเรื่องยังต้องการการศึกษาเพิ่มเติม การได้รับอนุมัติของยาที่มี CBD ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ CBD ทุกชนิดมีประสิทธิภาพเช่นเดียวกัน แต่เป็นตัวอย่างของความก้าวหน้าในการศึกษาสารชนิดนี้อย่างเป็นระบบ
จากสารในพืช
สู่ผลิตภัณฑ์ CBD ที่มีมาตรฐาน
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ CBD ในปัจจุบันแตกต่างจากภาพจำเกี่ยวกับกัญชา คือความก้าวหน้าของกระบวนการผลิตและการตรวจสอบคุณภาพ ผู้ผลิตสามารถนำสารสกัดจากพืชมาผ่านกระบวนการแยกและทำให้บริสุทธิ์ เพื่อให้ได้สาร CBD ที่มีคุณสมบัติและความเข้มข้นตามที่ต้องการ หนึ่งในรูปแบบที่ใช้กันคือ CBD Isolate ซึ่งสามารถนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์หลายรูปแบบ เช่น น้ำมัน แคปซูล กัมมี่และผลิตภัณฑ์รับประทานชนิดอื่น ๆ ภายใต้ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม คุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดของสารสกัดเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงมาตรฐานการผลิต ความแม่นยำของปริมาณสาร และการตรวจสอบคุณภาพในแต่ละขั้นตอน
สำหรับผู้บริโภค สิ่งที่ควรให้ความสำคัญจึงประกอบด้วย
- ปริมาณ CBD ที่ชัดเจน เพื่อให้ทราบว่าผลิตภัณฑ์มี CBD อยู่เท่าไรต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
- ข้อมูลปริมาณ THC เพื่อให้เข้าใจส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อย่างถูกต้อง
- ผลการตรวจวิเคราะห์จากห้องปฏิบัติการ เพื่อยืนยันปริมาณสารสำคัญและตรวจสอบคุณภาพ
- มาตรฐานการผลิตและข้อมูลผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยให้เลือกผลิตภัณฑ์ได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับการใช้งาน
สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัว รับประทานยาประจำ หรืออยู่ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร ควรขอคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ก่อนพิจารณาใช้ CBD เนื่องจากสารชนิดนี้อาจมีผลข้างเคียงหรือเกิดปฏิกิริยากับยาบางชนิดได้
CBD ≠ Cannabis
เพราะการรู้จักสารแต่ละชนิดสำคัญกว่าการมองเพียงชื่อพืช
CBD มีต้นกำเนิดจากพืชกัญชา แต่ไม่ได้หมายความว่าจะมีคุณสมบัติเหมือนกัญชาทั้งต้น หรือออกฤทธิ์เหมือน THC เมื่อวิทยาศาสตร์ทำให้เราเข้าใจสารแต่ละชนิดมากขึ้น เราก็สามารถมองพืชกัญชาได้ละเอียดกว่าภาพจำเดิม และเข้าใจว่า CBD เป็นสารที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว ซึ่งได้รับการศึกษาและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากสารธรรมชาติที่พบในพืช สู่การศึกษาในห้องปฏิบัติการ การพัฒนาเป็นยาบางประเภท และการนำมาใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์รูปแบบต่าง ๆ CBD จึงเป็นตัวอย่างหนึ่งของการนำความรู้ทางวิทยาศาสตร์มาต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติ